ดอลลาร์แข็ง-ขายทำกำไรฉุดทองคําร่วงหนักรุนแรงเป็นประวัติการณ์
- supattra24051988
- 31 ม.ค.
- ยาว 1 นาที

ราคาทองคําสปอตร่วงลงอย่างหนักจากแรงเทขายทำกำไร รวมทั้งการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศเลือก เควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คนใหม่ ส่วนทองคำในประเทศประกาศครั้งเดียววันเสาร์สิ้นเดือนม.ค.ร่วงหนักพรวดเดียวหลุด 74,000 บาท
ราคาทองคำตลาดโลกเมื่อวานนี้ร่วงหนักรายวันรุนแรงที่สุดในรอบ 43 ปี นับตั้งแต่ปี 2526 เนื่องมาจากได้รับปัจจัยกระตุ้นแรงเทขายจากหลากหลายปัจจัยทั้งแรงเทขายทำกำไร หลังจากพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันหลายวันก่อนหน้า รวมทั้งถูกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลัง
ปธน. ทรัมป์ ประกาศเลือก นายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดห้เป็นประธานเฟดคนใหม่
ทั้งนี้ในเดือนมกราคมราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 13% ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นรายเดือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า ราคาทองคำปรับฐานลงที่ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะเป็นเป้าหมายขาลงที่เหมาะสม พร้อมระบุว่าการปรับตัวลงของราคาจะช่วยให้แนวโน้มขาขึ้นกลับมาอยู่ในระดับที่สมดุลมากขึ้น
รายงานเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์หน้า(2-6 ก.พ.) มีไฮไลท์เศรษฐกิจสำคัญให้ติดตามโดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานประจำเดือนม.ค. โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราว่างงาน รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP รวมทั้ง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของสถาบัน ISM เดือนม.ค. การเปิดรับสมัครงานของ JOLTs เดือนม.ค. จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครัฐมิชิแกนเดือนก.พ. เป็นต้น
และนอกจากนี้ ติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)
ประกาศราคาทองในประเทศครั้งเดียวประจำวันเสาร์สิ้นเดือนมกราคม ร่วงหนักพรวดเดียว 1,400 บาท โดยสัปดาห์นี้(26-31 ม.ค.) ราคาทองคำผันผวนหนักรวมทั้งหมด 259 ครั้ง เป็นการเพิ่มขึ้น 133 ครั้ง และลดลง 126 ครั้ง รวมราคาปรับเพิ่มขึ้น 900 บาท แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่บริเวณ 81,950 บาท ในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ดีวันศุกร์ร่วงหนักรวม 6,100 บาท ส่วนค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในช่วงระหว่าง 30.92-32.50 บาท
ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำสปอตมีการปรับฐานลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มปรับตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอาจมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 5,190 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในภายหลัง แต่หากหลุดแนวรับที่บริเวณ 4,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงไป ให้ระวังการพักฐานลงต่อเนื่องอีกครั้ง
ขอบคุณข่าวจาก https://xn--42cah7d0cxcvbbb9x.com







ความคิดเห็น